หนังมาใหม่ บักแตงโม

มาถึงทิ้งทวนกับโปรแกรมหนังไทย ที่หลังจากลงคิวฉายต่อเนื่องกันแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา “บักแตงโม” ก็จะถือได้ว่าเป็นหนังทิ้งทายกับหนังไทยมาราธอนเซ็ตนี้ ก่อนจะต้องเปิดทางให้กับเหล่าหนังฮอลลิวูดฟอร์มยักษ์ได้มีซีนกัน และนี่คือหนังตลกสไตล์ไทยพื้นบ้านที่คอหนังแนวนี้คุ้นเคยกันดี กับลายเส้นเด่นชัดจาก พระนครฟิลม์ ที่สำคัญเรื่องนี้ยังเป็นการผลงานการแสดงชิ้นสุดท้ายของ 2 ดาวตลกผู้ล่วงลับที่ทิ้งทวนเอาไว้อีกด้วย

หนังแนะนำ Fresh (2022)

มาถึงคิวของหนังเขย่าขวัญสุดสยองที่ปูทางเปิดเรื่องมานึกว่าหนังโรแมนติกยุกยิก แต่อยู่ ๆ ก็ปรับโหมดกลายเป็นความขยะแขยงและชวนสะอิดสะเอียด นี่คือ “Fresh” หนังตลกร้ายเชือดเฉือน(แล้วชิม) ที่ต้องแปะเรต 20+ เอาไว้กำกับ แม้ว่าความโหดอาจจะไม่รุนแรงมาก แต่ความสะพรึงมีปะปนไปทั่วหนังเรื่องนี้ ด้วยประเด็นของคนกินเนื้อ ที่ต้องจิกกัดและเสียดสีสังคมเอาไว้ได้อย่างแยบยล

แนะนำหนัง The Bad Guys (2022) วายร้ายพันธุ์ดี

นับว่าเป็นหนึ่งในหนังแอนิเมชั่นเรื่องใหม่จาก ดรีมเวิร์กส์ แอนิเมชั่น ที่ได้ลองเชิงปลุกปั้นขึ้นมา โดยถือเอาวรรณกรรมเยาวชนขายดิบขายดีมาขึ้นหน้าจอ แล้วก็นี่ก็คือ “The Bad Guys” (คนร้ายชนิดดี) หนังที่มีแอบซ่อนอารมณ์ความขำขันร้ายกับรายละเอียดที่มีการแทรกสอดศีลธรรมคูลๆเอาไว้ได้อย่างแยบคาย พร้อมทั้งงานออกแบบที่ออกจะโก้เก๋ แล้วก็ได้โอกาสมนักแสดงระดับมหารอยแดงมาบรรยายเสียงได้พอดีลงล็อกกลมกล่อมละมุนละไม…

ดูหนังใหม่ แดง พระโขนง (2022)

แวดวงภาพยนตร์ไทยยังคงรื่นเริงสม่ำเสมอในฤดูร้อนแบบงี้ ด้วยเหตุว่าสุดสัปดาห์นี้ก็ใกล้จะถึงคิวของอีกหนึ่งหนังผีไทยจะลงโรงฉายเป็นโปรแกรมใหม่ ที่นับว่าเป็นหนังผีที่มีแนวความคิดรวมทั้งไอเดียที่ค่อนข้างจะน่าดึงดูด กับการแตกหน่อตำนานเรื่องผีสุดอมตะของไทยออกเป็นอีกกิ่งก้านสาขา กับ “แดง พระโขนง” ที่ฟังดูเหมือนจะเป็นการต่อยอดจักรวาลตำนานนี้ มากับกลุ่มผู้ผลิตภาพยนตร์ตลกหน้าเก่าๆที่แน่ๆว่าจังหวะรวมทั้งมุกต่างๆก็สไตล์เดิมๆมีอีกทั้งอารมณ์ขบขันและก็รังเกียจผสมกันไป

รีวิวหนัง Love Like the Falling Petals (2022) ใบไม้ผลิที่ไม่มีเธอเป็นซากุระ

เป็นหนังที่เหมาะสมกับขณะนี้จริงๆเนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่สายหนาวเบาๆเลือนรางไป แล้วก็ดอกไม้กำลังจะเบ่งบานเบิกบานใจขึ้นอีกที เหมือนกับ ดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นก็กำลังจะมีดอกสวยสดงดงามน่าอัศจรรย์งานในเวลานี้ นี่จุดเป็นจังหวะที่สมควรที่กำลังจะได้ดูหนังรัก “Love Like the Falling Petals” (ใบไม้ผลิที่ไม่มีคุณเป็นซากุระ) ที่มากับความรักหวานๆความเกี่ยวพันเนิบๆเป็นสไตล์หนังรักดราม่าช้าๆแบบประเทศญี่ปุ่น

ดูหนัง Deep Water (2022) ชู้ร้อนซ่อนลึก

  ถึงเวลามารับดูความเข้มข้นสุดร้อนกระตุ้นในชีวิตสมรสของสามีภรรยาคู่นี้ กับหนังดราม่าลึกลับสุดหวาบหวิวผสมแนวอีโรติก “Deep Water” (ชู้รักร้อนแอบซ่อนลึก) หนังที่ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขสร้างขึ้นจากนิยายทริลเลอร์มีชื่อเสียง รวมทั้งยังเป็นการคัมแบ็กในรอบแทบ 20 ปีของผู้กำกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อหนังอีโรติก แต่ว่าดูเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาเคยทำแล้วมันเวิร์กเมื่อวันวาน ดูเหมือนจะไม่ค่อยเวิร์กสักเท่าไหร่ในขณะนี้วันนี้สักเท่าไหร่แล้ว Deep Water ชู้รักร้อนหลบซ่อนลึก เกิดเรื่องราวของคู่สมรสในเมืองเล็กๆหนึ่งในอเมริกา วิค กับ เมลินดา พวกเขาดำเนินชีวิตคู่ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ว่าตามที่เป็นจริงแล้ว พวกเขาต่างเป็นเสมือนระเบิดเวลาที่รอการปะทุจากแรงยุรวมทั้งเริ่มจะมีจุดหมายปลายทางไปสู่ทางการหย่าร้างกัน ก่อนที่จะทั้งสองได้อนุญาตให้สร้างเกมแปลกขึ้นมา ต่างข้างต่างยอมที่จะให้เปิดใจรับสหายใหม่ๆเข้ามาในชีวิต แล้วก็มันเป็นจุดแรกเริ่มของการปั่นประมาทด้วยความเย้ายั่วแล้วก็กำลังนำพวกเขาไปสู่เรื่องลับที่ดำหมองที่จะต้องรอปกปิดเอาไว้ ดังที่เกริ่นไปว่าหนังหัวข้อนี้ได้ผลการงานควบคุมทำหนังอีกรอบของผู้กำกับรุ่นใหญ่ “เอเดรียน ลิน” ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าพ่อหนังอีโรติกในสมัยก่อน ด้วยเหตุว่าเขาเป็นผู้ผลิตหนังปังๆอย่าง Fatal Attraction หรือ Unfaithful แต่ว่าภายหลังที่เขาทิ้งหายไม่เป็นผลงานหนังเรื่องใหม่นานถึง 20 ปี ก็กลับมาอีกทีในหนังประเด็นนี้ ที่เป็นการถือเอานิยายขายดิบขายดีของ “แพทริเซีย ไฮจ์สมิธ” มาดัดแปลงสร้าง แม้กระนั้นโชคร้ายที่จังหวะแล้วก็โทนต่างๆของหนังประเด็นนี้ ค่อนข้างจะเชยและก็มองเชยไปสักนิดสักหน่อย ทำให้หนังแทบ 2 ชั่วโมงแทบหาอะไรที่เป็นมุมมองใหม่ๆมิได้เลย Deep Water ก็ถือว่าเกือบจะไม่แตกต่างไปจากผลงานก่อนๆของ เอเดรียน ลิน เลย เขายังคงจับเอาวิธีเก่าๆของตนเองมาใส่ไว้ในหนังของตนเอง โดยที่ลืมไปแล้วว่านี่มันปี 2022 แล้ว แต่ว่าหนังประเด็นนี้ยังคงวนเวียนไปกับการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างจะมานะไปเสียทั้งหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมุมความเกี่ยวข้องรวมทั้งอารมณ์เย้ายวน 18+ ที่แทรกสอดเข้ามา ที่อาจจำเป็นต้องพูดว่าแค่นี่ยังเด็กๆเนื่องจากผู้กำกับรายนี้เคยทำเป็นแซ่บกว่านี้มาแล้ว บทหนังของ Deep Water เป็นจุดเสียที่สุดของหนัง ที่พลอยทำให้ไม่อาจจะขับพลังของหนังออกมาได้ถึงจุดไคลแม็กซ์ที่จะต้องเป็นได้สักครั้ง ในที่สุดก็เลยออกมาเป็นเพียงแค่หนังที่เล่าถึงข้อความสำคัญชีวิตของคู่คู่สมรสที่บาดหมางแทบจะถึงจุดสูงสุด ยั่วอารมณ์แล้วก็จุดเดือดของแต่ละข้างไปเรื่อยโดยที่ออกมาในลักษณะหญิงก็ร้ายชายก็หยาบช้า เป็นการวางแบบค้างแรกเตอร์ผู้แสดงที่ไม่น่าเอาใจช่วยเลยสักตัวเดียว ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง แม้กระนั้นก็จะต้องชื่มดูแนวทางการทำหน้าที่ของ 2 ดารานำ “เบน แอฟเฟล็ก” กับ “อท้องนา เดอ อาร์มัส” ที่ทั้งสองถ่ายทอดออกมาได้ระดับมือโปรจริงๆแล้วก็บางครั้งก็อาจจะเป็นเพราะเหตุว่าอารมณ์ที่ทั้งสองสามารถจูนติดแล้วก็คอนเน็กกันเจริญ ซึ่งตอนระหว่างที่สร้างภาพยนตร์หัวข้อนี้ทั้งสองก็ได้คบค้าดูใจกันอยู่ด้วย ก็เลยทำให้กิริยาอาการรวมทั้งภาษาต่างๆที่ทั้งสองพรั่งออกมานั้น ดูอย่างเป็นธรรมชาติรวมทั้งเข้าถึงความเป็นคู่แต่งงานที่กำลังอ่อนใจกันได้จริงๆเป็นการสร้างมิติให้กับผู้แสดงเจริญ ถึงแม้ว่าบทหนังจะค่อนข้างจะกู่ไม่กลับจริงๆ จากที่บอกไปแล้วว่า Deep Water เป็นหนังที่เกือบจะมองหาความสดใหม่ไม่พบเลยจริงๆด้วยเหตุว่าส่วนประกอบมองเชยไปทั้งยัง หนังไม่อาจจะพาผู้ชมรู้สึกเชื่อฟังไปกับอารมณ์หนังแม้แต่น้อย ฉากบางฉากที่ควรเข้มข้นรวมทั้งกัดซาบซึ้งใจผู้ชม กลับไม่อาจจะดึงจุดนั้นมามิได้เลย รสของหนังก็เลยเป็นเพียงแค่อีโรติกแบบจืดจาง เกือบจะไม่มีที่ไหนมีคุณค่าแก่การเขียนเชลยสักนิ ซึ่งมันเป็นหนังที่มองผ่านและก็ผ่านเลยไปเพียงแค่นั้น หนังประเด็นนี้นับว่าเป็นโครงงานหนังเรื่องด้านหลังๆของอดีตกาลบริษัทผลิตภาพยนตร์ฟ็อกซ์ ก่อนที่จะมาควบรวบธุรกิจการค้ากับดิสนีย์ โน่นก็เลยเป็นข้อสรุปที่ว่าหนังเกือบมิได้ฉาย ด้วยเหตุว่าหนังอีโรติกติดเรทกับแบรนด์ดิสนีย์ไม่ใช่สิ่งที่คู่กันอยู่แล้ว ด้วยเหตุนั้นพวกเขาก็เลยส่งหนังเรื่องลงฉายทางออนไลน์แทนเป็นทางออก และนับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่สมควรดี เพราะเหตุว่าถ้าหนังหัวข้อนี้ลงโรงฉายตามธรรมดา ก็เสมือนจะเป็นหนังที่เปรอะเปื้อน ซ้ำยังเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นยังคงคว่ำลั่นบนบ็อกซ์ที่ทำงานด้วย

ตัวอย่าง Cheaper by the Dozen (2022)

  ก็แอบรู้สึกแปลกๆอยู่แบบเดียวกันที่ในเวลานี้จะได้ได้โอกาสมาดูหนังครอบครัวในตำนานเวอร์ชั่นใหม่อีกรอบแล้ว เพราะว่านี่เป็น “Cheaper by the Dozen” ภาพยนตร์ตลกแฟมิลี่กับสมาชิกครอบครัวใหญ่ยักษ์ ที่เป็นการจับเอาไว้หนังคลาสสิกจากปี 1950 มาสร้างใหม่อีกรอบ แล้วก็ที่ผ่านมาเมื่อแทบ 20 ปีที่ผ่านมาก็เคยสร้างมาแล้ว การกลับมาในคราวนี้เป็นการรีบูตใหม่อีกคราว แม้กระนั้นโชคร้ายที่หนังลืมใส่คำว่า “เสน่ห์” เข้ามาในหนังฉบับนี้นี้ด้วย Cheaper by the Dozen เวอร์ชั่นปี 2022 เกิดเรื่องราวของ พอล กับ โซอี้ คนรักปกติที่มีแนวความคิดสำหรับในการสร้างครอบครัวคล้ายคลึงกัน ทำให้พวกเขามีผู้สืบสกุลและก็รับหน้าที่ดูแลลูกๆของพวกเขาอีกทั้ง 10 คน ในทุกยามเช้าบ้านข้างหลังนี้จะเต็มไปด้วยความปั่นป่วน จนถึง พอล ได้รับข้อเสนอแนะสำหรับการขายซอสสูตรพิเศษของเขาไปทั้งประเทศ ทำให้เขาจำเป็นต้องติดอยู่ท่ามกลางระหว่างการจัดการจัดแจงธุรกิจของครอบครัวกับการดูแลครอบครัวให้ดีเยี่ยมที่สุด อาจจะจำเป็นต้องบอกตรงๆว่า Cheaper by the Dozen ฉบับนี้มีความเป็นดิสนีย์อยู่ค่อนข้างจะสูงมากมาย การนำเสนอและก็จุนเจือให้อยู่ในเซฟโซนใสๆแบบดิสนีย์ เปลี่ยนเป็นสิ่งที่กัดรับประทานเนื้อในของหนังไปอย่างเสียดาย ไม่ว่าจะเป็นจังหวะแล้วก็ท่าทางการเล่าเรื่อง เป็นสูตรสำเร็จของหนังดิสนีย์แทบทุกระเบียบปฏิบัตินิ้ว อีกทั้งมุมภาพและก็การจัดแสงสว่างต่างๆทำให้ชักชวนคิดถึงหนังดิสนีย์เก่าๆตอนสมัยปี 2000s ที่เสมือนจะไม่ปรับปรุงขึ้นด้วย ต่อให้ไม่ทันได้ดูหนังประเด็นนี้ต้นฉบับ เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมา แต่ว่าก็ยังจำเรื่องราวในฉบับปี 2003 กับ 2005 ที่ ฟ็อกซ์ เป็นผู้ผลิตหนังประเด็นนี้ในยุคนั้น เมื่อนำเอาเวอร์ชั่นก่อนมาเทียบ เปลี่ยนเป็นว่าหนังของสตีฟ มาร์ติน ที่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นหนังที่ดีงามเลออะไร กลับถูกยกฐานะให้ดูดีขึ้นอัตโนมัติไปอย่างยิ่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนของบทหนัง แล้วก็แกนหลักของเรื่องที่สะเปะสะปะไปสักนิดสักหน่อย ถึงแม้ว่าหนังจะยังคงใช้โครงเริ่มแรกของเรื่องราวเอาไว้เป็นส่วนประกอบต่างๆก็ตาม ทางด้านการแสดงแล้วก็ติดอยู่แรกเตอร์ผู้แสดงต่างๆใน Cheaper by the Dozen ฉบับนี้ ยังออกจะน่าผิดหวัง “แซ็ค กางรฟ” กับ “กาเบรียล ยูเนี่ยน” ให้การแสดงในลักษณะที่โอเวอร์แอคติ้งไปตลอดทั้งเรื่อง ไม่ยุติธรรมดา รวมทั้งมองเป็นบิดามารดาแบบประดิษฐ์มากมายไปหน่อย หากว่าพวกเขาพากเพียรจะแงะความเป็นมือโปรทางการแสดงของตนเองออกมาแล้วหลังจากนั้นก็ตาม แต่ว่าก็ไม่อาจจะช่วยประคองหนังเอาไว้ได้เลย ในเวลาที่ค้างแรกเตอร์ลูกๆทั้งยัง 12 ผู้ที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของหนังประเด็นนี้ โชคร้ายที่พวกเขาแทบไม่มีอะไรให้น่าจำเลย แม้ว่าจะมีการวางแบบค้างแรกเตอร์ให้กับแต่ละคนได้ชัดแจ้งรวมทั้งน่าดึงดูด แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จสำหรับในการพรีเซ็นท์ ทำให้หน้าที่ของเด็กๆที่ควรเด่นกว่านี้ ไม่อาจจะตอบปัญหาได้ดิบได้ดีสักเท่าไหร่ในหนังหัวข้อนี้ จะมีแค่เพียง 2-3 ผู้ที่แสดงออกมาได้น่าดึงดูดรวมทั้งพอเพียงจะกระโดดกระเด้งออกมาจากคนอื่นได้บ้าง ถึงแม้บทหนังจะออกจะเลวทรามไปสักนิดสักหน่อย แม้กระนั้นบางประเด็นของหนังก็ถือเป็นการแปลความใหม่ได้อย่างน่าดึงดูด โดยยิ่งไปกว่านั้นความไม่สมบูรณ์แบบในครอบครัว รู้สึกจับใจที่หนังเลือกที่จะจับเอาไว้คน 2 ผู้ที่ต่างเคยล้มเหลวกับชีวิตครอบครัวมาก่อนมาประสานมือกันสร้างครอบครัวใหม่ร่วมกัน เป็นความไม่สมบูรณ์แบบของนักแสดงที่พอดีกับรายละเอียดอย่างดีเยี่ยม แล้วก็ยังใส่หลักสำคัญการกระทำไม่ถูกๆของเด็กและก็การบูลลี่ที่สถานศึกษาเข้ามาเสริม แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ข้อความสำคัญพื่นๆแต่ว่าก็รู้เรื่องที่จะใส่เข้ามาในหนังประเด็นนี้ โดยภาพรวมแล้ว Cheaper by the Dozen ก็ยังคงความเป็น Cheaper by the Dozen เพียงแต่ว่าในเวอร์ชั่นออกจะเป็นหนังที่จืดจางรวมทั้งไม่มีเสน่ห์ที่ต้องเป็น ทำให้ออกมาเป็นหนังดิสนีย์ที่เหมาะสมเอาไว้เปิดมองฆ่าเวลาเฉยๆแค่นั้น มิได้มีสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกน่าจำอะไรก็ตามแม้ว่าจะถือจับใส่หลักสำคัญมาได้ค่อนข้างจะดี แต่ว่าก็ไม่อาจจะขยายความแล้วก็เปิดเผยออกไปได้อย่างหนักแน่นพอเพียง

ดูหนังใหม่ พี่นาค 3 (2022)

  ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟรนไชส์หนังผีที่บรรลุความสำเร็จที่สุดที่ทศวรรษนี้ไปแล้ว กับจักรวาลหนังชุดพี่นาค ที่ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ที่ยังคงสร้างภาคใหม่ๆออกมาเสิร์ฟอย่างสม่ำเสมอแบบแรงไม่ตก รวมทั้งปัจจุบันก็ถึงเวลาของ “พี่นาค 3″ ที่เป็นการกลับมาสืบต่อฉบับสามภาคให้เพอร์เฟ็ค ถึงแม้ว่าผลสรุปที่ออกมานั้นจะค่อนข้างจะรู้สึกฝ่าฝืนอารมณ์เยอะขึ้นๆทุกภาคก็ตาม ถึงกระนั้นหนังก็ยังแงะใช้สูตรสำเร็จเดิมๆของหนังผีไทยที่คนไหนกันเลือกใช้ไม้เด็ดนี้…ก็ยังเอาชีวิตรอดได้อยู่ดี พี่นาค 3 เกิดเรื่องราวของ อ๊อด ที่กำลังจะจัดแจงเข้าพิธีการบรรพชาในเร็วๆวันนี้ เมื่อใกล้ยามสวยยามดี บอลลูน, เฟิร์ส แล้วก็ โทมินจุน ได้มุ่งหน้าไปยังวัด เพื่อจะร่วมพิธีการบรรพชาของอ๊อด แต่พบว่าเขากำลังไม่สบายเพราะเหตุว่าจำต้องคำแช่งจากอาถรรพณ์ของกำไล ที่เขาได้ขุดเผชิญโดยบังเอิญ รวมทั้งทำให้ภูตผีเคียดแค้นของ นาคคำ จากในอดีตภพ ได้ปรากฏกายจองเวรจองกรรมเขากับสหายๆที่จำเป็นต้องแข่งกับเวลาเพื่อไขปัญหาและก็หาวิธีล้างคำสาปแช่งนี้ให้หมดสิ้น ก่อนที่จะทุกๆอย่างจะสายจนถึงเกินความจำเป็น แน่ๆว่า พี่นาค 3 ก็มากับสูตรสำเร็จเดิมๆที่แน่นอนตั้งแต่นาทีแรกไปจนกระทั่งนาทีท้ายที่สุด ถ้าหากจะให้พูดขวานผ่าซากก็คือ หนังเกือบจะใส่ความแปลกใหม่รวมทั้งน่าดึงดูดมิได้เลย ยังคงย้ำๆวนๆอยู่กับสูตรวิ่งหนีผีที่แสนจะซ้ำจากจำเจ อีกนิดหนึ่งก็จะเปลี่ยนเป็นแบบอย่างตำนานหนังบ้านปอบไปแล้วเชียว แม้กระนั้นในสูตรสำเร็จของหนังที่ยังจับมาใช้นั้น ก็ยังนับว่าเป็นส่วนประกอบที่สามารถช่วยส่งเสริมตัวหนังไปในตัวได้อีกอยู่ดี แล้วก็ในในที่สุด พี่นาค 3 ก็ยังคงเป็นหนังผีแบบไทยๆที่มองได้เพลิดเพลินๆไม่ต้องคิดอะไร เป็นความซ้ำๆซากๆที่สร้างหรรษาได้ในระดับหนึ่ง “ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎางาม” ยังคงกลับมารับหน้าที่สืบต่อหนังหัวข้อนี้อีกเหมือนปกติ รวมทั้งเขาก็ได้ผลิตหนังสามภาคแรกของตนเองได้เสร็จ แม้กระนั้นก็นั่นแหละ…เนื่องจากว่าเขาถนัดในงานดูแลหนังผีโดยยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ผลงานแจ้งเกิดขึ้นมาถึงเดี๋ยวนี้ เขาแทบไม่เคยฉีกตนเองออกไปจับหนังแนวอื่นๆเลย ก็เลยแปลงเป็นว่ามุมมองรวมทั้งส่วนประกอบหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเอามาใส่เอาไว้ข้างในหนังภาคนี้นั้น ก็ยังวนลูปเดิมๆไปๆมาๆ รวมทั้งยิ่งแปลงเป็นสูตรสำเร็จเดิมที่กำลังจะไม่เวิร์กกับตัวหนังสักเท่าไหร่แล้ว แม้ว่าเปรียบเทียบกับหนัง 2 ภาคที่ผ่านมา ก็อาจจะต้องพูดว่าแฟรนไชส์พี่นาคกำลังเดินไปเรื่อยในลักษณะแผนภูมิลงเนิน ความพีคแล้วก็สดใหม่ไปอัดเอาไว้อยู่ในภาคแรก เวลาที่ภาค 2 เป็นการเติมเต็มความหนำใจและก็ยังมีจังหวะการเล่าเรื่องที่นิดๆหน่อยๆ แต่ว่ามาในภาคปัจจุบันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มมองฝ่าฝืนๆอย่างชัดเจน การเล่าเรื่องเริ่มไม่ค่อยสมูท มีรสชาติแปลกๆถึงแม้การตัดต่อรวมทั้งลำดับเรื่องจะยังค่อนข้างจะใช้ได้ แต่ว่าเริ่มสัมผัสได้ถึงส่วนประกอบของการจับติดไม่ละเอียดตามสไตล์ภาพยนตร์ไทยคร่าวๆ แน่ๆว่า พี่นาค 3 ก็ยังคงเป็นสยองขวัญที่แอบแฝงไปด้วยเฮฮา ที่มุกตลกโปกฮาบางสิ่งก็ยังปฏิบัติภารกิจส่งต่อผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยมอยู่ แม้กระนั้นบอกเลยว่าจำนวนต่ำลงไปอย่างชัดเจน แต่ว่าเปลี่ยนมาเป็นหนังที่ดูแล้วออกจะเบื่อหน่ายในความประพฤติไม่มีกาลเทศะของนักแสดงเสียเอง ในที่สุดบางครั้งก็อาจจะกำลังดำเนินรอยตามการบรรลุผลในต้นแบบเดียวกับ ‘หอพักกะเทยแตก‘ จักรวาลภาพยนตร์ไทยโด่งดังอีกหัวข้อหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่เคยรู้ “เอม ผู้มีปัญญา” กับ “เจมส์ ความฉลาดพรรธน์” ถูกชูให้เป็นผู้เล่นหลักในหนังภาคนี้ ที่พวกเขาก็ยังคงส่งต่อบทแล้วก็ติดต่อสื่อสารกันในหนังได้อย่างสดชื่นไหลรวมทั้งพอเหมาะพอเจาะกันดี เพียงแต่ว่ามิติของติดอยู่แรกเตอร์ของพวกเขาทั้งคู่ที่ถูกผลิตออกมา ดูเหมือนไม่มีกาลเทศะแล้วก็เปลี่ยนเป็นกะเทยจู้จี้ขี้วีนมากมายไปสักนิด มุกตลกขบขันที่พวกเขาถือมาใช้ยังเวิร์กอยู่บ้าง แต่ว่าโชคร้ายที่ในภาคนี้พวกเขาทั้งสองถูกเมินหน้าสำหรับการขยายอารมณ์รวมทั้งความรู้สึกในแบบที่ภาคก่อนเคยทำเอาไว้ เหมือนกับ “มีน พีพระอาทิตย์ชญ์”, “คิวเท ซิม“, “ปอนด์ คุณพัทธ์” และก็ “ต้า อธิวัตน์” ที่โดยมากพวกเขาเป็นดาราออริจินัลตั้งแต่ในภาคแรก มาในภาคนี้กำลังย่ำคงที่ แม้ว่าจะมองเห็นความอุตสาหะสำหรับเพื่อการสร้างมิติให้กับติดอยู่แรกเตอร์ต่างๆแต่ว่าก็ยังมิได้ถึงจุดที่ปรารถนา โดยยิ่งไปกว่านั้น “แชมป์ ชนาธิป” ที่มารับบทบาทหนักเป็น ผีพี่นาค ในภาคนี้ ปูพื้นเพมาออกจะดี กลับใช้เข้ามาเป็นเพียงแต่ส่วนประกอบเสริม ที่เกือบจะไม่ให้น้ำหนักรวมทั้งเครื่องปรับอากาศไทม์กับเขาสักเท่าไหร่เลย

รีวิวหนัง Turning Red (2022) เขินแรงแดงเป็นแพนด้า

  ท่ามหลักสำคัญสังคมที่พวกเรามองเห็นข่าวสารที่ชาวโลกตะวันตกชอบดูถูกและก็ดูแคลนชาวเอเชียต่างๆนานา เปลี่ยนมาเป็นแคมเปญที่ยิ่งใหญ่สุดยอดอย่าง #StopAsianHate มาแล้ว ปรากฏว่าผลงานหนังแอนิเมชั่นเรื่องใหม่จาก พิกซาร์ สตูดิโอ กลับยกย่องรวมทั้งดึงเอาเสน่ห์ของความเป็นมนุษย์ทวีปเอเชียแบบใหม่ใส่เอาไว้แบบสุดต๊าชชช! ใน “Turning Red” (เขินแรงแดงเป็นแพนด้า) หนังที่มากับพล็อตแฟนตาซีสูตรสำเร็จทั่วๆไป กลับมีวิธีการเล่ารวมทั้งพรีเซนเทชั่นออกมาได้น่าคลั่งไคล้อย่างต้องใจ Turning Red เขินแรงแดงเป็นแพนด้า กล่าวถึงเรื่องราวของ เม่ยลี่ เด็กสาววัย 13 ปี ที่กำลังก้าวผ่านไปสู่วัยรุ่นสุดกำลัง แต่ว่าปรากฏว่าคุณได้จำเป็นต้องคำสาปแช่งอันพิศดาร แปลงกายแปลงเป็นหมีแพนด้าได้ ทุกคราวเมื่อคุณรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็กระวนกระวาย คุณก็เลยต้องหาแนวทางแก้ไขคำสาปแช่งที่ไม่ได้อยากต้องการได้ในคราวนี้ และก็เมื่อล่วงรู้ว่านี่เป็นคำสาปแช่งโบราณที่เครือญาติของคุณตกทอดกันมาอย่างช้านาน นี่ได้ผลสำเร็จการงานดูแลหนังใหญ่เรื่องแรกของ “โดมี ชี” นักแอนิเมเตอร์มือดีจากพิกซาร์ ที่เคยเดบิวต์ได้อย่างน่าประทับใจจากหนังการ์ตูนสั้น อย่าง “Bao” เมื่อเปลี่ยนปีกลาย แล้วก็งานนั่นเองก็เป็นเยี่ยมในจุดเริ่มแรกแรงผลักดันสำหรับเพื่อการประดิษฐ์หนังยาวหัวข้อนี้ออกมานั่นเอง แล้วก็คุณก็เป็นคนที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังสำหรับการจัดแบ่งเค้าเรื่องในหนังดังๆอย่าง “Toy Story 4” หรือ “The Good Dinosaur” ที่เป็นข้อดีที่ทำให้คุณผูกเรื่องได้อย่างหนักแน่นด้วย Turning Red เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องสไตล์ coming of age ของกรุ๊ปเด็กหญิงที่กำลังเติบโตไปสู่วัยรุ่น พวกคุณมีข้อความสำคัญซึ่งสามารถเสวนากันได้ไม่รู้เบื่อด้านในกลุ่มของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องชายหนุ่มๆที่ชอบเกิดเรื่องซุบซิบตามประสาวัยฮอร์โมนพุ่งพรวด หรือจะเกิดเรื่อง “ติ่ง” กรุ๊ปนักแสดงบอยแบนด์ ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กหญิงในตอนวัยนี้ที่สมัยไม่ลเลนเนียม (2000s) และก็หนังก็สามารถนำทั้งหมดทุกอย่างมาแต่งออกมาได้มีอรรถรสที่พอดี เมื่อหนังมีเค้าเรื่องรวมทั้งสตอปรี่ที่ค่อนข้างจะแข็งแรงแล้ว ตามเสน่ห์ของหนังพิกซาร์ที่ชอบเน้นย้ำจุดสำคัญในประเด็นนี้เป็นหลัก ก็เลยทำให้ส่วนประกอบอื่นๆก็มาเสริมความสนุกสนานร่าเริงให้กับหนังได้ไปตลอดทั้งเรื่อง โดยยิ่งไปกว่านั้นเอกลักษณ์ในผู้แสดงต่างๆทุกตัวในหนังหัวข้อนี้ ที่มีการวางแบบมาได้มีกลิ่นความเป็นทวีปเอเชียได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ เนื่องจากว่าเป็นการไตร่ตรองไอเดียมาจากชาวเอเชียเป็นหลัก ก็เลยทำให้มิตินักแสดงต่างๆทำออกมาได้เข้าถึงวัฒธรรมได้ดีมากว่า แน่ๆว่าในเมื่อหนังเดินหมากทางนี้แล้ว ไฮไลต์หัวข้อความเชื่อมโยงและก็สายสัมพันธ์ครอบครัวก็ยังคงเป็นเส้นเรื่องที่ยืนหนึ่งของหนังหัวข้อนี้ รวมทั้ง Turning Red ก็จัดว่าทำออกมาได้ออกจะถูกใจแล้วก็ใช้ได้อย่างยิ่งจริงๆ แม้ว่าจะออกไปในทางสูตรสำเร็จกับเรื่องราวมองเห็นต่างระหว่างแม่กับลูก พวกเราบางครั้งก็อาจจะได้กลิ่นอายความเป็น Freaky Friday เบาๆจากในหนังหัวข้อนี้ แต่ว่าก็ถือว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ยังคงเวิร์กที่จะประยุกต์ใช้ได้อยู่ โปรดักชั่นออกแบบของหนังประเด็นนี้สัมผัสได้ถึงสีสันที่บาดตา แม้กระทั่งมิได้มีงานแอนิเนมชั่นอะไรที่เด่นมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าการให้รายละเอียดต่างๆในหนังหัวข้อนี้นับว่าทำเป็นดี โดยยิ่งไปกว่านั้นงานดีไซน์ในเมนูอาหารจานต่างๆพูดได้ว่าประณีตบรรจงมากมายๆประดิษฐ์ออกมาได้น่าทานอย่างกับของกินจานโปรดที่น่าลิ้มลองจริงๆแล้วก็การใช้โทนสีของหนังก็นับว่าทำเป็นดี ติดต่อสื่อสารออกมาถึงผู้ชมได้อย่างพอเป็นกระษัย อีกหนึ่งจุดที่เป็นเสน่ห์ของ Turning Red ก็น่าจะเป็นวัฒนธรรมความป็อปในหนัง เนื่องจากว่าหนังประเด็นนี้มีเบื้องหลังเป็นเหตุที่เกิดขึ้นตอนในต้นๆสมัยปี 2000s ที่ในเวลานั้นเพลงป็อปแดนซ์ครึกครื้นยังครอบครองตลาด แล้วก็หนังก็จับเอากลิ่นนี้มาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วก็ใส่เนื้อหาที่น่าดึงดูดในสมัยนั้นเข้ามาแทรกสอดได้อย่างพอดี ทำให้เชื้อเชิญนึกถึงสมัยที่โลกยังมิได้รู้จักกันโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างมากมายเท่าวันนี้ ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง