วิจารณ์หนัง The Adam Project (2022) ย้อนเวลาหาอดัม

 

เป็นหนังที่รู้สึกได้ว่าไม่ต้องคาดหมายอะไรก็ได้ เนื่องจากว่ามันคงจะตอบปัญหาผู้ชมได้ดิบได้ดี เนื่องจากว่านี่เป็นการกลับมาประสานมือกันอีกรอบของ ไรอัน เรย์โนลด์ส” กับผู้กำกับ ชอว์น เลวี่” ที่พวกเขาพึ่งผนึกกำลังความปังมาหมาดๆใน “Free Guy” แล้วก็เขาทั้งสองก็มาปลุกปั้นแผนการใหม่อีกทีใน “The Adam Project” (ย้อนเวลาหาอดัม) หนังแอคชั่นเผชิญภัยไซไฟเกี่ยวกับการเดินทางผ่านในตอนที่เหนือจินตนาการ ถึงแม้ว่าเค้าเรื่องจะมาในแนวสูตรสำเร็จที่ไม่ต้องคิดมาก แต่ว่าก็บันเทิงใจเพลิดเพลินก้าวหน้าอีกทั้งเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพียงแค่กลุ่มดาราหนังก็เอาอยู่!

The Adam Project เกิดเรื่องราวของ อดัม รี้ด เด็กผู้ชายวัย 12 ที่เพิ่งเจอหน้ากับการสิ้นไปบิดาที่พึ่งจากไป แต่ว่าปรากฏว่าเขาได้เจอกับชายปัญหาในชุดนักปัญหาโผล่มาอยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้าน เขามีท่วงท่าเคยชินกับบ้านแล้วก็ตัวเขาอย่างดีเยี่ยม ก่อนที่จะพบว่าชายคนซึ่งก็คือเขาที่เดินทางผ่านเวลามาจากอนาคต รวมทั้งเขาคนนั้นกลับมาเพื่อภารกิจเพื่อยั้งปฏิบัติงานอดัมที่กำลังจะก่อให้เกิดผลเสียและก็เป็นหายนะของมวลมนุษยชาติในอนาคตข้างหน้า

ก็อย่างที่พูดว่านี่เป็นอีกทีที่เป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส กับ ชอว์น เลวี่ คนที่มากมายด้วยความสามารถพิเศษสำหรับเพื่อการประดิษฐ์หนังที่แทรกสอดความตลกขบขันตลกได้อย่างมีอินเนอร์แล้วก็จังหวะที่ดี รวมทั้งนี่น่าจะเป็นกลับมาร่วมงานของพวกเขาที่คงจะตลอดจาก Free Guy และก็ดูเหมือนกับว่าการทำงานก็ยังคงเข้าขากันได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ความตื่นตาตื่นใจด้วยวิธีพิเศษต่างๆในหนังหัวข้อนี้จะน้อยกว่าเรื่องก่อนไปสักนิด แม้กระนั้นก็ยังคงความสนุกสนานร่าเริงเอาไว้ได้

หนังได้ตั้งกับพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางผ่านเวลามาเป็นตัวชูโรง ทำให้มีกลิ่นความเป็นหนังคลาสสิกอย่าง “Back to the Future” โชยมาเรื่อยแม้กระนั้นมันก็ถูกความก้าวหน้าและก็กล่อมเกลาบทหนังออกมาให้มองน่าดึงดูด แม้ว่าจะยังมีหลายส่วนที่ขาดเกินรวมทั้งช่องโหว่อยู่เต็มไปหมดก็ตาม แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องขอบพระคุณสูตรสำเร็จที่ช่วยประคองโทนหนังและก็อารมณ์ของหนังเอาไว้ได้เสมอต้นเสมอปลาย

เส้นเรื่องหลักของ The Adam Project บางครั้งก็อาจจะมองเพ้อไปสักนิดสักหน่อย ให้ร้ายไซไฟที่มองมีน้ำหนักแต่ยังไม่ค่อยสร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้กับเรื่องราวได้ดิบได้ดี ทำให้ส่วนประกอบต่างๆเกี่ยวกับการเดินทางผ่านเวลาและก็แนวคิดต่างๆที่เป็นเงื่อนเข้มข้นหลักของหนังนั้น ไม่ค่อยทำให้มีความรู้สึกอินได้สักเท่าไหร่นัก เป็นพล็อตที่มองได้ผ่านๆเพลิดเพลินมิได้ยึดติดสงสัยอะไรเพียงแค่นั้น แล้วก็อาจจะไม่จำเป็นที่ต้องมีภาคต่อภาคต้นเลยด้วย

แต่ว่าไฮไลต์เด็ดของหนังประเด็นนี้ ก็น่าจะเป็นกลุ่มผู้แสดงที่จัดมาชุดใหญ่ไฟกะพริบมากมาย ไรอัน เรย์โนลด์ส อย่างไรเขาก็คือเขา เขาสามารถแบกรับหนังอีกทั้งเรื่องเอาไว้ได้ออกจะสบายอีกทั้งเสน่ห์รวมทั้งพรสรรค์ของเขามีประโยชน์ต่อหนังประเด็นนี้อย่างดีเยี่ยม อีกผู้ที่ประมาทมิได้เลย วอล์คเกอร์ สคอเบลล์” ศิลปินเด็กที่เฉิดฉันในหนังหัวข้อนี้พอได้ เสน่ห์ของเขาล้นเหลือเท่าๆกับไรอันทีเดียว เมื่อพวกเขาทั้งสองอยู่บนหน้าจอเดียวกัน แปลงเป็นเคมีที่พอดีอย่างน่าอัศจรรย์

หนังยังคงมี โซอี้ ซัลดาทุ่งนา” หรือ แคทเธอรีน คีเนอร์” มาร่วมสมทบในหนัง หากว่าหน้าที่ของพวกเขาจะมิได้มีมิติอะไรสักเท่าไหร่ เป็นค้างแรกเตอร์สำคัญที่ออกจะจืดชืดไปสักนิดสักหน่อย แต่ว่าความเป็นมือโปรของพวกเขาก็จัดว่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าพึงพอใจ แต่ว่าที่เซอร์ไพรส์ก็คงเป็น มาร์ค รัฟฟาโล่” กับ เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์” ที่กลับมาเล่นหนังด้วยอีกทีในรอบเกือบจะ 20 ปี ตั้งแต่แมื่อเรื่อง “13 Going On 30” เคมีของพวกเขาก็ยังพอดีเหมือนปกติ ดูหนังออนไลน์มาใหม่

โดยในรูปภาพรวมนั้น The Adam Project ก็ถือได้ว่าหนังแอคชั่นไซไฟที่มองได้เพลิดเพลินเจริญใจ ใส่อินเนอร์ความเฮฮาและก็บันเทิงใจของคู่ซี้ผู้กำกับแล้วก็ดาราหนังพอดีอย่างดีเยี่ยม พล็อตเรื่องต่างๆบางครั้งก็อาจจะมองไม่หวือหวาเท่าใด แม้กระนั้นก็มีใจความสำคัญที่ค่อนข้างจะน่าดึงดูดอยู่ไม่น้อย การถือเอาใจความสำคัญเดินทางผ่านเวลามาชูโรงก็นับว่าน่าค้นหา เพียงยังไม่สามารถที่จะสร้างความจูงใจได้มากพอเพียงเยอะแค่ไหน

Related Posts

แนะนำหนัง Beast สัตว์-ร้าย

ถ้าหากจะเอ่ยถึงหนังตื่นเต้นเร้าใจกับการเอาชีวิตรอด ท่ามกลางสัญชาตญาณสัตว์กับมนุษย์ แน่นอนว่าเรามักจะเห็นหนังแนวนี้ผลิตออกมาเรื่อย ๆ แต่ก็ดูได้ไม่เคยเบื่อ โดยเฉพาะเรามักจะได้เห็นการเผชิญหน้าของคนกับฉลามอยู่บ่อย ๆ แต่คราวนี้ลองมาเปลี่ยนโลเคชั่นเป็นบนฝั่งและในป่าดูบ้าง จึงกลายออกมาเป็น “Beast สัตว์-ร้าย” หนังระทึกขวัญเร้าใจเรื่องล่าสุดที่ฮอลลิวูดผลิตออกมา ที่บอกเลยว่า..นำพาสูตรสำเร็จแบบเดิมมาไล่เรียง แต่ก็อย่าเพิ่งประเมินค่าต่ำเกินไป Beast สัตว์-ร้าย เป็นเรื่องราวของ ดร.เนท แดเนียลส์ สามีพ่อม่ายผู้ซึ่งกลับมายังแอฟริกาใต้ สถานที่ซึ่งเขาได้พบกับภรรยาครั้งแรก เขาวางแผนเดินทางระยะยาวกับลูกสาวของเขา พวกเขาเดินทางไปยังเขตสงวนซึ่งจัดการโดย มาร์ติน แบทเทิลส์ เพื่อนเก่าของครอบครัวและนักชีววิทยาสัตว์ป่า

ดูหนังใหม่ 365 Days: This Day

The Next 365 Days เล่าราวเกี่ยวกับความเกี่ยวเนื่องที่เปราะปราง บนฐานรากของความเชื่อถือแล้วก็ความหึงหวงที่ยังคงคือปัญหาบ่อนทำลายระหว่าง เลาร่า กับ มัสสิโม โดยที่ ทุ่งนาโช ที่แปลงเป็นผู้ดื้อด้าน ก็กำลังจ้องมองจะสะบั้นความรักของทั้งสองลงเสีย ก่อนเกิดเป็นเงื่อนที่ความรักสามเส้าที่ไม่รู้เรื่องว่าจะผลสรุปแล้วจะลงเอ่ยในแนวทางใดกันแน่? อาจจะไม่ต้องเกริ่นอะไรกันมากมายอีกแล้ว ด้วยเหตุว่าภาคนี้ก็ยังคงได้โอกาสมนักแสดงแล้วก็กลุ่มผู้ผลิตชุดเดิม เนื่องจากว่าเป็นการถ่ายทำตลอดมาจากภาคที่แล้วนั่นเอง แน่ๆว่าหนังหัวข้อนี้เกือบจะไม่เหลือเนื้อหาอะไรอีกแล้ว เนื่องจากหนังเกือบจะไม่เคยมีอะไรจุดนั้นมาตั้งแต่เริ่ม โดยเห็นได้ชัดว่าภาคนี้อุตสาหะอย่างมากที่เพิ่มความเข้มข้นให้กับเรื่องหาของหนัง แต่พล็อตเรื่องที่อ่อนมากมายๆมาตั้งแต่เริ่ม…แทบทำอะไรมิได้แล้ว

หนังใหม่ Look Both Ways สองทาง

Look Both Ways เล่าเรื่องราวในคืนก่อนวันรับปริญญา ชีวิตของ นาตาลี ต้องดำเนินไปในเส้นทางคู่ขนาน ในเส้นทางแรก เธอพบว่าตัวเองตั้งครรภ์และใช้ชีวิตอยู่เลือกที่จะอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเอง ขณะที่ในอีกเส้นทางหนึ่ง เธอไม่ได้ท้องและเลือกย้ายไปอยู่ลอสแอนเจลิส การก้าวเดินไปในทั้งสองเส้นทางนี้ ทำให้นาตาลีได้สัมผัสประสบการณ์รักพลิกชีวิต เดินตามฝันในการเป็นศิลปิน และได้ค้นพบตัวตนของเธออีกครั้ง นี่คือผลงานของผู้กำกับหญิงดาวรุ่งไฟแรงชาวเคนยา “วานุริ คาฮุย” ที่สั่งสมประสบการณ์การทำงานเบื้องหลังมาได้หลายปี นี่อาจจะเป็นหนังเชิงพาณิชย์เรื่องแรก ๆ ของเธอที่ได้หยิบจับมาทำอย่างเต็มตัว โดยกำกับจากบทหนังของนักเขียนมือใหม่ “เอพริล โพรสเซอร์” ที่คงต้องบอกตรง ๆ ว่าหนังเรื่องนี้ค่อนข้างวนเวียนอยู่ในอ่างเซฟโซนของตัวเองมากไปสักหน่อย

รีวิวหนัง Nope ไม่

Nope เป็นเรื่องราวของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งลึกเข้าไปในเวิ้งหุบเขาและโดดเดี่ยวของรัฐแคลิฟอร์เนีย พวกเขาได้กลายเป็นพยานที่ได้ค้นพบเหตุการณ์แปลกประหลาดที่หาทางอธิบายไม่ได้ รู้แค่เพียงว่า..มันพิศวงและงงงวยสำหรับพวกเขา และยังไร้คำตอบว่า “มัน” คืออะไรกันแน่? คงจะต้องบอกว่า Nope เป็นหนังที่ไม่สามารถหยิบเอามาเล่าต่อให้เพื่อน ๆ มาแรงจูงใจที่จะไปดูตามไม่ได้เลย เพราะว่ามันแทบจะหาวิธีหลบเลี่ยงสปอยล์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป ซึ่งจุดนั้นก็เป็นไฮไลต์กิมมิกอันเด็ดดวงของหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ สัมผัสได้ถึงการผ่านแนวคิดและกรรมวิธีในการร้องเรียงเล่าเรื่องของ จอร์แดน พีล ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงมาก ๆ หนังจึงเต็มไปด้วยสไตล์ที่เด่นชัดและเหมือนจะดูธรรมดา ๆ แต่กลับมีคลาสยกระดับตัวเองขึ้นมาได้เป็นกอง

วิจารณ์หนัง Prey

Prey เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกเมื่อ 300 ปีก่อน นารู เป็นเด็กสาวชนเผ่าพื้นเมืองของอเมริกา ในยุคที่ชีวิตยังต้องดำรงอยู่ด้วยการล่าประทังชีพ แต่ปรากฏว่าเธอได้สังเกตและค้นพบว่ามีสิ่งมีชีวิตประหลาด ๆ ที่แอบแฝงอยู่ในพื้นที่ ขณะที่กำลังออกตามล่าหาหมีใหญ่อยู่ เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาชีวิตรอดและต่อสู้เพื่อปกป้องชนเผ่าของตัวเอง โดยที่แทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ล่าเธออยู่นั้นคือพรานล่าสุดเหี้ยมจากอวกาศ..พรีเดเตอร์ “แดน แทคเทินเบิร์ก” จาก 10 Cloverfield Lane มารับหน้าที่กำกับและร่วมเขียนบทหนังในเรื่องนี้ให้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคอนเซ็ปต์ของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างยูนีคไม่เบา เพราะเป็นการหยิบเอา 2 ตำนานมาผนวกเข้าด้วยกันที่ค่อนข้างคอนทราสแต่กลับร้อยเรียงเข้าด้วยกันได้ดี โดยในภาพรวมของหนังนั้นเน้นความสยองขวัญมากกว่าล่าเอามันส์ โทนของหนังจึงมีความสะพรึงปะปนกับดราม่ามากกว่า

หนังมาใหม่ Purple Hearts

Purple Hearts เป็นเรื่องราวชีวิตของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ต่างต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งคู่ แคสซี่ มีความฝันอยากจะเป็นนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จ แต่เธอยังติดแหง็กเป็นแค่บาร์เทนเนอร์ในบาร์ เพราะปัญหาเรื่องหนี้สิน เช่นเดียวกับ ลุค อดีตหนุ่มใจแตกที่เกณฑ์ทหารเข้ากรม เพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง พวกเขาทั้งคู่ได้ตกลงปลงใจแต่งงานกันแบบหลอก ๆ เพื่อหวังจะได้ใช้สวัสดิการกองทัพกับผลประโยชน์ของตัวเอง แค่ฟังพล็อตเรื่องก็สัมผัสได้ถึงความคลี่เช่ซ้ำซากไม่เบา นี่มันพล็อตสมัย 20 ปีก่อนด้วยซ้ำ กับหนุ่มสาวต้องจำใจมาแต่งงานกันหลอก ๆ แล้วอยู่ ๆ ไปก็หลงรักกันขึ้นมา เป็นพล็อตที่จำเจและเพียงเท่านี้เราก็ทราบถึงปลายทางของเรื่องกันแทบจะไม่ต้องเดาอะไรกันให้ยากเลยด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่า…สิ่งที่ออกมานั้นก็เป็นไปอย่างที่เราคิดนั้นแหละ หนังดำเนินไปตามสูตรสำเร็จเป๊ะ ๆ เลย